วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวบอบบางกันดีกว่า

สร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวบอบบางกันดีกว่า (Lisa)


          ถ้าผิวคุณเกิดผื่นแดงหรือระคายเคืองได้ง่าย คุณอาจมีผิวบอบบางแพ้ง่ายที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เรามาบอกคุณแล้ว
          ผิวบอบบางแพ้ง่ายถือเป็นตัวแม่เลย สำหรับการเกิดผื่นแดงทั้งหลายและผิวหลุดลอก เป็นที่สังเกตได้ง่ายเมื่อผิวอยู่ในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก ทั้งจากความตึงเครียดและมลภาวะที่ต้องเผชิญ ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองสารพัดรูปแบบ รวมถึงผิวไหม้และหมองคล้ำเร็วเมื่อเจอแสงแดด

          ทั้งสายลม แสงแดด และสภาพอากาศที่แปรปรวน ล้วนทำให้ความชุ่มชื้นที่กักเก็บอยู่ในผิวนั้นระเหยไปได้ง่ายขึ้น ผิวบริเวณรูขุมขนจะเริ่มเปราะบาง และเมื่อเกาะกำบังนี้ เริ่มอ่อนแอลง อาการระคายเคืองทั้งหลายก็จะเริ่มเกิดและเห็นชัดเจนได้ง่ายกว่าเดิม ซึ่งเป็นที่ล่อตาล่อใจของสารที่เป็นอันตรายกับผิว เพราะผิวขาดเกราะคุ้มกันภัย ผิวบอบบางจึงมีความเสี่ยงมากกว่าผิวประเภทอื่นที่จะเกิดความระคายเคือง ซึ่งการจะทดสอบว่าคุณมีผิวบอบบางหรือไม่นั้น สามารถอาศัยการทดสอบจากเครื่องตรวจวัดสภาพผิวที่ใช้อุณหภูมิและความชื้นเป็นเกณฑ์ โดยเรามีวิธีป้องกันและรับมือกับอาการของผิวแพ้ง่ายในช่วงอากาศแปรปรวนแบบนี้มาฝาก
 ทำไมผิวจึงบอบบาง
          ผิวบอบบางนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนไม่คงที่ในช่วงวัยรุ่น การตั้งครรภ์ หรือวัยที่เพิ่มขึ้นก็เป็นสาเหตุหนึ่ง และสาเหตุอื่น ๆ ที่ไม่ควรประเมินค่าไว้ต่ำเลยเชียว ก็คือ ความเครียดจากการทำงาน การอดนอน ความกังวล หรือได้สารอาหารไม่ครบถ้วนจากนิสัยการกินที่ผิด ซึ่งมีส่วนทำให้สภาพผิวย้ำแย่นั้นดิ่งลงเหวไปอีก รวมทั้ง การลองสลับใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใหม่ ๆ อีกหลายชนิดก็ยิ่งทำให้สภาพผิวแปรปรวน โดยเฉพาะที่ใบหน้า ซึ่งโดยธรรมชาติจะมีเกราะป้องกันน้อยกว่าผิวกายอยู่แล้ว ดังนั้น การบำรุงจะช่วยไม่ให้ผิวเกิดการอักเสบได้ด้วยการรักษาความชุ่มชื้นในผิวไว้

 อากาศและน้ำ
          กรดธรรมชาติที่มีในผิวหนังเราจะทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังแบคทีเรีย และนี่ก็ทำให้ความชื้นถูกขับออกไปจากผิวได้มากด้วยเช่นกัน และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงก็มีผล เมื่อคุณอาบน้ำอุ่นก็จะเป็นการชะล้างไขมันในผิวหนังหรือไลปิดออกไปจากรูขุมขนที่เปิดกว้างเมื่อเจอความร้อน และเมื่อรูขุมขนเปิดเกราะกำบังผิวย่อมเสื่อมสภาพในการด้านทานผิวจากสภาวะภายนอก นอกจากนี้ น้ำกระด้างหรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ก็ทำให้ผิวเกิดการต่อต้านได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสบู่หรือโลชั่นควรเลี่ยงที่มีน้ำหอมแต่งกลิ่นในปริมาณมาก รวมทั้งเลี่ยงผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเคมีที่อาจมีกรดผลไม้ผสมอยู่ รวมทั้ง สครับที่อยู่ในรูปแบบของน้ำตาล เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคือง

 ปกป้องผิวอย่างมั่นใจในทุก ๆ วัน          แสงแดดทั้งรังสี UVA และ UVB คือ ศัตรูตัวร้ายที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวแพ้ง่ายเกิดอาการระคายเคืองได้ง่ายขึ้นไปอีก ดังนั้น ไม่เพียงแค่ครีมกันแดด ประสิทธิภาพสูงเท่านั้นที่จะช่วยปกป้องผิวในระหว่างวัน แต่ผิวแพ้ง่ายยังต้องการครีมที่มีประสิทธิภาพในการรักษาไลปิด และความชุ่มชื้นให้คงอยู่กับผิว รวมทั้งควรทาเพิ่มอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวรักษาความสมดุลไว้ นอกจากนี้ ยังไม่ควรใช้สกินแคร์หลาย ๆ แบรนด์ปนกัน และไม่ควรเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ใช้บ่อย ๆ ซึ่งสกินแคร์ที่ใช้แล้วมั่นใจว่าไม่เกิดอาการแพ้ก็ควรใช้ต่อไป โดยปกติผิวจะใช้เวลา 3 สัปดาห์ที่จะปรับตัวใหเคยชินกับสกินแคร์ที่เราใช้ หากเกิดผื่นแดงขึ้นมาก็ให้บรรเทาด้วยครีมที่มีส่วนผสมของ Thermalwater และสารสกัดจากคาโมมายล์ เป็นต้น โดยส่วนผสมที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ที่ช่วยให้ผิวมีเกราะกำบังที่แข็งแรง คือ วิตามินเอและอี น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก แมคคาเดเมีย และเชียบัตเตอร์ เคล็ดลับป้องกันอาการแพ้คือ ก่อนใช้ครีมบำรุง ให้ทาซีรั่มสำหรับผิวบอบบางก่อนทาครีม และควรเติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยการมาส์กหน้า 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งกร้าน

 ดูแลเมื่อเกิดอาการแพ้ 
          ผิวที่เริ่มเกิดผื่นแพ้และรอยแดง ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการดูแลรักษาความสะอาด ต้องระวังอย่าให้เม็ดสีผิวได้รับสารแปลกปลอมเข้าไป หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ช่วงเช้าให้ทำความสะอาดผิว ด้วยน้ำอุ่น ๆ เล็กน้อย และยามค่ำเลือกใช้สกินแคร์ที่อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย ซึ่งสกินแคร์ที่มีแอลกอฮอล์นั้นจะแรงไปสำหรับคนผิวบางควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีมเข้มข้น หรือพวกอิมัลชั่นแบบน้ำนม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวทั้งหลายควรเลือกที่มีค่า pH 5.5 และมีสารให้ความชุ่มชื้น เช่น อะโลเวร่าจากว่านหางจระเข้ รวมทั้งสารสกัดจาก Arnica, Lime-Tree และ Witch-Hazel

 ปกปิดซ่อนเร้น
          เมื่อผิวเริ่มเกิดรอยตำหนิจากอาการแพ้ เช่น รอยผลแดง ๆ ซึ่งเป็นที่สังเกตได้ แน่นอนว่าคุณสามารถปกปิดได้ แต่ต้องไม่ทำให้ปัญหาบานปลายกว่าเดิม และผู้ช่วย ก็คือ คอนชีลเลอร์ ที่ช่วยอำพรางริ้วรอยเหล่านี้ให้จางลง คอนชีลเลอร์ที่มีพิกเมนต์สีเขียวจะช่วยปกปิดรอยแดงเพื่อให้สีผิวแลดูสม่ำเสมอ คุณอาจปกปิดและบำรุงได้ในคราวเดียวกัน ด้วยการเลือกใช้คอนชีลเลอร์ที่มีสารบำรุงจากวิตามินซี อี และโจโจบาออยล์ เป็นต้น

 รักษาสมดุล           พายุฝน และอากาศที่เย็นลงในวันถัดไปการนอนแช่น้ำอุ่นอาจทำให้สภาพผิวเกิดความแปรปรวนได้เช่นกัน จึงควรอาบน้ำที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส จึงจะกำลังพอเหมาะ และไม่ควรอาบน้ำนาน ๆ รวมทั้งใช้สบู่ที่ปลอดสารสังเคราะห์ทั้งหลาย หรือใช้เป็นครีมอาบน้ำแทน

          การอาบน้ำด้วยนมผงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น และยังได้คุณค่าจากแร่ธาตุและวิตามิน เช่น แคลเซียม วิตามินเอและอี ทำให้ผิวพรรณดูสดชื่นและผ่องใส การบำรุงผิวหลังอาบน้ำก็ไม่ควรละเลย ด้วยการใช้ครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของอะโวคาโดโจโจบาออยล์ หรือน้ำมันมะกอก ที่มีไขมันเข้าไปเติมเต็มเซลล์ผิว และเพื่อให้ผิวคงความชุ่มชื้นด้วยครีมบำรุงที่จะเป็นเหมือนแผ่นฟิล์มป้องกันผิว ไม่ให้ความชุ่มระเหยออกไปได้ ดังนั้น เกราะป้องกันผิวจึงกลับมาอยู่ในความสมดุลตามธรรมชาติอีกครั้ง
ชอบบทความนี้ กด Like หน้า FanPage ให้ด้วยนะจ๊ะ Thank U.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น